เจาะลึกชีวิต มาริโอ้ ไซบีเรียนตกยากกับชีวิตฟ้าหลังฝน

December 16th, 2014

คือจากสภาพที่ตูนเห็นเขาในตอนนั้นคิดว่าเขาต้องอยู่เองไม่ได้แน่ ๆ ตูนเลยตัดสินใจอุ้มขึ้นรถแล้วเอาไปรักษาเลย ตอนนั้นคิดอย่างเดียวว่าต้องช่วย ถ้าไม่ช่วยเขาต้องตายแน่ ๆ ตอนนั้นพาไปรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์แถวราชมรรคา แล้วก็ไประดมทุนจากโครงการช่วยเหลือน้องหมา และจากเพื่อน ๆ พี่ ๆ ในพันทิป ซึ่งตอนนั้นเหมือนจะขึ้นในพันทิปว่า “ขอความกรุณาช่วยเหลือน้องไซบีเรียนที่ไม่ต่างอะไรกับซากศพ ” หลังจากขอความช่วยเหลือไปก็มีผู้ใจบุญหลายคนช่วยค่ารักษาพยาบาลมาริโอ้สำหรับการรักษาครั้งนั้นมาริโอ้ต้องอยู่กับหมอที่โรงพยาบาลนาน 3 เดือน ระหว่างที่รักษาตูนก็จะไปเยี่ยมเขาตลอด แล้วก็จะบอกว่า “แม่ไม่ทิ้งโอ้นะ” ก็คือ เราพูดอย่างนั้นเพื่อให้เขามีสุขภาพดี แล้วเราก็จะพาเขาวิ่งเล่นที่สวนในโรงพยาบาล เพื่อให้เขารู้สึกว่าเรารักเขา เราไม่ทิ้งเขา แล้วตูนก็เชื่อว่าหมอให้ยาให้อะไรอยู่แล้ว แต่ว่าถ้าหมาสุขภาพจิตดี ถ้าเขามีความสุขมันส่งผลมากกว่ายา ก็เลยหมั่นไปเยี่ยมจนจากตอนแรกที่เข้าโรงพยาบาลหมอบอกว่าเขาเป็นขี้เรื้อนเปียก ขี้เรื้อนแห้ง พยาธิในเม็ดเลือด ติดเชื้อในกระแสเลือด แล้วก็ค่าเม็ดเลือดขาวต่ำ ตรวจเลือดมาแล้ว เม็ดเลือดแดงต่ำกว่าเลือดเม็ดเลือดขาว เลือดเขาค่อนข้างที่จะใสมาก คุณหมอพูดเลยว่าดูแล้วโอกาสรอดก็ 50 50 วันนั้นตูนเลยพูดกับมาริโอ้ว่า “แม่ไม่ทิ้งหนูนะ” แล้วก็หมั่นไปเยี่ยมเขาทุก ๆ วันตูนก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นห่วงเขามาก พอไม่ไปเยี่ยมก็ไม่รู้ว่าเขาจะอยู่ได้ไหม แต่ดีที่เขาฟื้นตัวเร็ว เนื่องจากสภาพจิตใจของเขาดี แล้วเราก็ไม่รังเกียจก็หอมกอดเขาเหมือนเขาไม่ได้เป็นขี้เรื้อน ก็คิดว่าพอเราถ่ายทอดความรักแล้วเขารับรู้ทุกอย่างส่งผลให้สุขภาพเขาฟื้นตัวได้เร็ว และในที่สุดตูนก็รับเขากลับมาดูแลที่บ้านค่ะ พอมาริโอ้ออกจากโรงพยาบาลทางโครงการเขาก็โอนค่ารักษามาให้หมอประมาณ 50,000 กว่าบาทแล้วก็ส่วนที่เหลือเขาก็จะตัดค่ารักษาไปเรื่อยทุกอาทิตย์ แล้วเราก็จะเอาใบเสร็จมารายงานการรักษาผ่านทางพันทิปและเฟสบุ๊คการพามาริโอ้กลับมาดูแลที่บ้านจะต้องระวัดระวังในการดูแลมาก ๆ เพราะโรคที่เขาเป็นคือโรคขี้เรื้อนถ้าดูแลไม่ดีก็จะสามารถกลับมาเป็นได้อีก ช่วง 1 ปีกว่าที่ผ่านมา มาริโอ้เป็นโรคนี้ประมาณ 3 ครั้ง ดังนั้นพอเขาเริ่มมีขี้เรื้อขี้นเราก็จะรีบรักษาทันทีไม่รอให้เป็นเยอะ จนตอนนี้มาริโอ้ไม่มีขี้เรื้อนขึ้นแล้ว ตูนคิดว่ามันไม่ใช่แค่การดูแล แต่มันต้องบวกกับความรักและให้ความสุขที่สุดกับเขาด้วย ทำให้เขามีชีวิตอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้ค่ะ

Dogilike.com :: เจาะลึกชีวิต มาริโอ้ ไซบีเรียนตกยากกับชีวิตฟ้าหลังฝน

สัตว์เลี้ยง..เพิ่มหยางในบ้าน

December 13th, 2014

ธรรมชาติของสัตว์ จะมีสภาพเป็นหยาง เพราะสัตว์มักจะเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง การนำสัตว์มาเลี้ยงในบ้าน ก็เท่ากับว่าเพิ่มสิ่งเคลื่อนไหวให้กับบ้านมากขึ้น นั่นเอง ซึ่งถือเป็นข้อดี แต่ในทางกลับกัน บ้านที่มีสภาพแวดล้อมที่เคลื่อนไหวมากอยู่แล้ว การนำสัตว์มาเลี้ยงอาจสร้างความวุ่นวายได้หลักของการนำสัตว์มาเลี้ยงในบ้าน จึงต้องพิจารณาถึงความสมดุล(หยิน-หยาง)เป็น สำคัญ บ้านที่มีคนอยู่มากและมีขนาดเล็ก จึงไม่เหมาะที่จะมีสัตว์เลี้ยง เช่น บ้านทาวน์เฮ้าส์ หรือคอนโดฯ เป็นต้น ส่วนบ้านที่มีขนาดใหญ่ และมีคนอยู่น้อย อาจจำเป็นต้องมีสัตว์เลี้ยง เพื่อปรับสมดุลให้กับบ้านคราวนี้มาดูเรื่องของสัตว์ที่เอามาเลี้ยงกันบ้าง แน่นอน “หมา” หรือสุนัข ยังเป็นตัวเลือกอันดับ 1 ที่คนส่วนใหญ่นิยมเลี้ยงเอาไว้ในบ้าน เพราะมีคุณสมบัติหลายอย่างทั้งเป็นเพื่อนแก้เหงา เฝ้าบ้าน และป้องกันโจรผู้ร้ายได้ (ยกเว้นกัดเด็ก)หลักฮวงจุ้ยมีคำเตือนเกี่ยวกับการเลี้ยงหมาเอาไว้ว่า เสียงของหมาที่เห่าแต่ละครั้ง จะทำลายโชคลาภของบ้าน ยิ่งเสียงดังเท่าไหร่ โชคลาภบ้านนั้นยิ่งหดหาย เหตุผลก็เพราะ เสียงหมาเห่า จะทำให้คนไม่กล้าเข้า และรีบเดินหนี ถ้าเป็นร้านค้าจะเห็นชัด ร้านที่เลี้ยงหมาเอาไว้หน้าร้าน มักจะขายของไม่ดี เพราะลูกค้าไม่กล้าเข้า กลัวหมากัด นั่นเองการวางตำแหน่งของกรงหมาในบ้าน มีหลายคนถามว่า มีหลักในการเลือกตำแหน่งหรือไม่ คำตอบคือ มี ตำแหน่งที่เหมาะที่สุด จะต้องอยู่ในมุมที่มองเห็นได้ทั้งด้านหน้าบ้านและหลังบ้าน ในกรณีที่เลี้ยงหมาเพื่อเฝ้าบ้านส่วนตำแหน่งห้ามวางกรงหมา คือ บริเวณหน้าบ้าน เพราะหมาจะเห่าทุกครั้งที่มีคนเดินผ่าน สร้างความรำคาญให้กับบ้านใกล้เคียงได้ อีกจุดหนึ่งก็คือ กรงหมาห้ามเอาไว้ต้นลม หรือวางทางทิศใต้ ตะวันตกเฉียงใต้ เพราะลมจะพัดเอาขน หรือ กลิ่นตัวเข้าสู่บ้านได้ ควรเลือกวางทางทิศเหนือ หรือตะวันออกเฉียงเหนือ จะเหมาะกว่าฝากเตือนกันสักนิด สำหรับผู้ที่จะคิดเลี้ยงสัตว์เอาไว้ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงประเภทใด ควรดูแลเอาใจใส่เปรียบเสมือนเป็นสมาชิกของคนในบ้าน ไม่ใช่เลี้ยงแบบของเล่น เบื่อแล้วก็ทิ้ง สัตว์ก็มีหัวใจนะ สงสารมันเถอะครับ

สัตว์เลี้ยง..เพิ่มหยางในบ้าน

Hello world!

November 27th, 2014

Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start blogging!